วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

10 อันดับ ย่านการค้าในโตเกียวที่คนญี่ปุ่นอยากไปมากที่สุด


แหล่งที่มา : marumura.com

10. Sugamo Jizo Dori Shoutenkai (巣鴨地蔵通り商店街)

อันดับ 10 Sugamo Jizo Dori Shoutenkai (巣鴨地蔵通り商店街) อยู่ในเขต Toshima ของโตเกียว เป็นย่านการค้าที่ได้รับการขนานนามว่า “Harajuku of the old ladies” เป็นที่ซึ่งสาวสูงวัยญี่ปุ่นนิยมไปจับจ่ายใช้สอย สังสรรค์กันในวันว่าง สื่อแขนงต่าง ๆ ของญี่ปุ่นที่ต้องการสัมภาษณ์ หรือสำรวจความคิดเห็นของเหล่าคุณป้า ทั้งหลายก็มักจะมุ่งมาที่ Sugamo Jizo Dori แห่งนี้นี่แหล่ะ

9. Akihabara Denki Gai (秋葉原電気街)

อันดับ 9 Akihabara Denki Gai (秋葉原電気街) แรกเริ่มเดิมที Akihabara เคยเป็นแหล่งขายของเก่าอย่างพวกชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้ามาก่อน เมื่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วหลังสงครามโลก Akihabara แห่งนี้ก็ถูกผันเปลี่ยนไปเป็นย่านการค้าที่เป็นแหล่งรวมของการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า จนได้รับการขนานนามว่า "Akihabara Electric Town" และนอกเหนือจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ปัจจุบันยังเป็นแหล่งจำหน่ายคอมพิวเตอร์ เกม ของเล่น และการ์ตูน ชาวญี่ปุ่นจะเรียกย่านนี้สั้นๆว่า "อะกิบะ" (アキバ Akiba)

8. Kagura Zaka Dori Shoutenkai (神楽坂通り商店街)

อันดับ 8 Kagura Zaka Dori Shoutenkai (神楽坂通り商店街) อยู่ในเขต Shinjuku ของโตเกียว จุดเด่นของ Kagura Zaka Dori แห่งนี้ก็คือ เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ตั้งอยู่บนเนินสูงๆ ต่ำๆ แล้วยังคงมีบ้านพักอาศัยเก่าๆ ปะปนอยู่ จึงมีทั้งความคึกคักของแหล่งช้อปปิ้งทางด้านถนนใหญ่ ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีความเงียบสงบของแหล่งที่อยู่อาศัยตามตรอกซอกซอยอยู่ด้วย เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเดินช้อปปิ้ง เสาะหาร้านอาหารอร่อยๆ ที่จะแทรกอยู่ตามซอยเล็กซอยน้อย ในขณะเดียวกันก็เพลิดเพลินไปกันความงดงามของบ้านเรือนญี่ปุ่นด้วย และสิ่งที่น่าสนใจของ Kagura Zaka Dori อีกอย่างก็คือ ถนนที่นี่เป็นถนนเดินรถทางเดียว One Way ที่เส้นทางเดินรถตอนเช้าและตอนบ่ายจะสลับกัน ถ้ามีโอกาสผ่านไปเที่ยวก็เดินระวังๆ กันหน่อยล่ะ

7. Shimokitazawa Shoutenkai (下北沢商店街)

อันดับ 7 Shimokitazawa Shoutenkai (下北沢商店街) เป็นย่านหนึ่งในเขต Setagaya กรุงโตเกียว ย่านนี้รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า "Shimokita " เป็นศูนย์กลางของโรงละครเวทีและสถานแสดงดนตรีสด อย่างเช่นอาคารโรงละคร Honda Gekijou ที่มีประวัติมายาวนาน และยังเป็นย่านที่เป็นที่นิยมของนักเรียนและวัยรุ่นหนุ่มสาว เนื่องจากเต็มไปด้วยร้านกาแฟ ร้านค้าแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เสื้อผ้ามือสอง และร้านค้าเกี่ยวกับดนตรี

6. Kichijoji SUNROAD Shoutenkai (吉祥寺サンロード商店街)

อันดับ 6 Kichijoji SUNROAD Shoutenkai (吉祥寺サンロード商店街) ตั้งอยู่ที่ Musashino เป็นเมืองในเขตทะมะ ทางตะวันตกของโตเกียว เป็นแหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปลายปี 1971 มีหลังคาปกคลุมตลอดระยะทาง 300 เมตร แล้วก็มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2004 โดยการออกแบบให้หลังคาที่ว่านี้สามารถเปิดปิดได้ ในวันที่อากาศดีๆ ก็จะเปิดหลังคาให้เหล่านักช้อปได้สูดอากาศกันอย่างเต็มปอด และเมื่อฝนตก หรือตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไปก็จะปิดหลังคาแล้วก็มีการเปิดไฟประดับประดาเพื่อเพิ่มสีสรรให้กับเหล่านักช้อปด้วย จุดเด่นของ Kichijoji SUNROAD อีกข้อหนึ่งก็คือ ร้านค้ามีทั้งเก่าแก่ไปจนถึงทันสมัย คละปะปนกันไปและก็มีระเบียบมากดูเข้ากันได้ดีอย่างบอกไม่ถูก และเนื่องจากเป็นเขตที่มีโรงเรียน มหาวิทยาลัย อยู่มากมาย รวมถึงการมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบายทำให้ เป็นจุดต่อรถของนักเรียน นักศึกษาในเขตใกล้ ๆ กันด้วย Kichijoji จึงได้ชื่อว่าเป็น “ถนนสายนักเรียน” เช่นเดียวกับ Shimokitazawa (下北沢) และ Ochanomizu(お茶ノ水) และที่นี่ยังเป็นที่อยู่ของนักเขียนการ์ตูน บริษัทผลิตซอฟแวร์เกมส์ บริษัทผลิต Anime ชื่อดังมากมาย จนกลายเป็นแหล่งที่เผยแพร่ Subculture ของญี่ปุ่นอีกทีหนึ่งไปเลย ทำให้ Kichijoji เป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหารที่มีรูปแบบ การตกแต่ง คอนเซปท์ของร้านที่แปลกไม่ซ้ำใคร บวกกับค่าครองชีพที่ยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ ในกรุงโตเกียว จึงทำให้ Kichijoji ติดอันดับเมืองที่น่าอยู่อาศัยของญี่ปุ่น ในอันดับต้นๆ ในช่วง 2-3 ปีนี้ไปเลย ใครชื่นชอบบรรยากาศสบายๆ แบบนี้ก็อย่าลืมแวะไปเดินย่านคิชิโจจิด้วยนะ ^^

5. Azabujuban Shoutenkai (麻布十番商店街)

อันดับ 5 Azabujuban Shoutenkai (麻布十番商店街) อยู่ในเขต Minato ของ Tokyo ย่านการค้าเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่กลางสมัยเอโดะ และเนื่องจากอยู่ใกล้กับ Roppongi, Tokyo Tower เมื่อมีรถไฟใต้ดินตัดผ่าน จึงส่งผลให้ราคาที่ดินแถบนั้นสูงลิบลิ่ว กลายเป็นที่ตั้งของสถานฑูตประจำชาติต่าง ๆ รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ ทำให้ร้านค้าเก่าแก่บางร้านต้องขายที่ หรือสู้ค่าเช่าไม่ไหวต้องปิดตัวลงไปไม่น้อย ในขณะเดียวกันก็มีร้านค้าใหม่ๆ ที่มีเงินลงทุนสูง เกิดขึ้นทดแทน เป็นการสร้างเสน่ห์แก่ Azabujuban Shoutenkai ให้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีทั้งร้านค้าดั้งเดิมตั้งแต่สมัยเอโดะ ไปจนถึงร้านค้า ร้านอาหารที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามและทันสมัยผสมผสานกันอยู่อย่างลงตัว จึงเป็นแหล่งช้อปปิ้งสุดโปรดของทั้งผู้สูงอายุ คู่รัก วัยรุ่น รวมถึงชาวต่างชาติด้วย

4. Asakusa Nakamise Shoutenkai (浅草仲見世商店街)

อันดับ 4 Asakusa Nakamise Shoutenkai (浅草仲見世商店街) ย่านการค้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เกิดขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 มีร้านค้ามากมายตลอดความยาว 250 เมตร และมีร้านค้ามากมายกว่า 89 ร้าน ผนวกกับการที่อยู่ติดกับวัดอาซากุสะวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทำให้ตลอดทั้งปีจะมีทั้งนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศแวะเวียนมาหาซื้อของฝากอย่างไม่ขาดสาย เพราะมีทั้งร้านขายของที่ระลึกพื้นเมือง เช่น ของที่ระลึก ตุ๊กตา เสื้อผ้า ร่มแบบโบราณ หรือรองเท้าไม้ที่เรียกว่า เกะตะ พัด และขนมแบบญี่ปุ่น และของกินมากมายเรียงราย

3. Kappa Bashi Dougugai (かっぱ橋道具街)

อันดับ 3 Kappa Bashi Dougugai (かっぱ橋道具街) เป็นย่านขายอุปกรณ์เครื่องครัวแหล่งใหญ่อยู่ในเขต Taitou ใกล้ๆ กับ Asakusa มีร้านจำหน่ายเครื่องครัว อุปกรณ์ปรุงอาหาร วัตถุดิบในการทำอาหาร และร้านอาหาร รวมทั้งสิ้นกว่า 170 ร้าน นอกจากอุปกรณ์ในการทำอาหารแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมร้านทำอาหารตัวอย่างฝีมือเยี่ยมของญี่ปุ่นอยู่มากมายด้วย

2. Tsukiji Ichiba (築地場外市場)

อันดับ 2 Tsukiji Ichiba (築地場外市場) เป็นตลาดค้าส่งปลาและอาหารทะเลที่ ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศการประมูลอาหารสดกันแล้ว ตลาดปลา Tsukiji ยังเป็นแหล่งรวมร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ มากมาย ตลาดปลาแห่งนี้มีพื้นที่ถึง 230,000 ตารางเมตร ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ “Inner Market” (場内市場:jōnai-shijō) เป็นส่วนของผู้ค้าส่ง และเป็นส่วนที่มีการประมูลปลากันด้วย โดยผู้ที่สามารถเข้าประมูลปลาได้ จะต้องเป็นพ่อค้าที่มีใบอนุญาตเท่านั้น และ “Outer Market” (場外市場:jōgai-shijō) เป็นส่วนที่มีทั้งผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีกอยู่รวมกัน มีตั้งแต่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับปรุงอาหารญี่ปุ่น ร้านจำหน่ายผัก ผลไม้ ร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านจำหน่าย Sushi แต่เดิมตลาดปลา Tsukiji จะเป็นสถานที่จำหน่ายและประมูลปลาเท่านั้น แต่เมื่อเริ่มมีร้านอาหารขึ้นชื่อเกิดขึ้น ก็ทำให้สื่อโทรทัศน์ต่างๆ เข้าไปทำรายการและเผยแพร่กันไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อชื่อเสียงเริ่มโด่งดังไปไกล ยังประเทศต่างๆ ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวชมตลาดแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย ประกอบกับมีนักท่องเที่ยวที่ไม่ปฏิบัติตามกฏการเข้าชมการประมูลปลา จนทำให้เกิดผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจของผู้ค้า ทั้งหลาย ปัจจุบันจึงมีการจัดระเบียบการเข้าเยี่ยมชมตลาดอย่างเข้มงวด เช่น การกำหนดเวลาเข้าชมของนักท่องเที่ยว (5 a.m. - 6:15 a.m.) การกำหนดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน (วันละไม่เกิน 140 คน) และมีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติตนในการเข้าชมตลาดแจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวกว่า 5 ภาษา

1. Ameya-Yokochou (アメヤ横丁)

อันดับ 1 Ameya-Yokochou (アメヤ横丁) หรือเรียกสั้นๆ ว่า Ameyoko (アメ横) อยู่ทางทิศใต้ของสถานีอุเอะโนะ เป็นถนนเชิงตลาดที่ร้านค้าทั้งของสดของแห้ง ผลไม้ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางค์ แผงลอย สินค้าต่างๆ รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่น ร้าน Sushi ขนาบทั้งสองข้างของถนน เป็นระยะทางกว่า 400 เมตร ตลาด Ameyoko แห่งนี้เคยเป็นตลาดมืดมาก่อน เป็นที่จำหน่ายของใช้ของทหารอเมริกาที่ได้รับการปล่อยตัวมา หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันเป็นย่านการค้าที่เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย ราคาย่อมเยาว์ โดยเฉพาะช่วงใกล้ๆ ปีใหม่จะมีผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยของฝาก ของขวัญกันคึกคักเป็นพิเศษ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น